ปวดหลัง (Back Pain)

posted on 12 Jan 2012 17:02 by wirada-clinic  directory Lifestyle

อาการปวดหลัง ไม่ได้เป็นปัญหาเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุเท่านั้น แต่ลุกลามมาถึง วัยเด็ก วัยรุ่น และวัยทำงาน ซึ่งเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงนำรายได้มาสู่ครอบครัว บางคนปวดเล็กน้อยพอทนได้ก็ไม่กระทบกิจวัตรประจำวัน หากเป็นหนักและเรื้อรังจนต้องเสียการเรียนหรือลางาน ก็เกิดภาวะเครียดและยิ่งทำให้ปวด

 
 

จากผลวิจัยทางการแพทย์พบว่า อาการปวดหลัง เกิดขึ้นกับกลุ่มคนในวัยต่างๆมากถึง 80% ซึ่งสาเหตุหลักมาจากพฤติกรรมการดำเนินชีวิตที่ไม่เหมาะสม เช่น การยกของหนัก การนั่งทำงานทั้งวัน การออกกำลังกายอย่างหักโหม และเมื่อทำซ้ำๆต่อเนื่องก็ยิ่งสะสมทำให้เกิดปัญหาในที่สุด และอาการที่แสดงแตกต่างกันออกไป ตั้งแต่ ปวดหลังส่วนบน ปวดหลังส่วนล่างหรือเอว ปวดบริเวณกระแบนเหน็บหรือสะโพก ปวดเอวร้าวลงขา หรือปวดเอวและมีอาการชาร่วมด้วย เป็นต้น เหตุที่มีลักษณะอาการที่มีความหลากหลายเนื่องจากหลังประกอบด้วยโครงสร้างที่สำคัญหลายส่วนด้วยกัน ดังนั้นเราจึงควรมาทำความรู้จักโครงสร้างหลังกันก่อน

 

โครงสร้างของหลัง 

       กระดูกสันหลังเป็นกระดูกแกนกลางของร่างกาย เป็นส่วนหนึ่งที่ต่อเนื่องมาจากศีรษะเป็นส่วนเชื่อมกับกระดูกไหปลาร้าและสะบัก เพื่อต่อเนื่องไปยังกระดูกแขนทั้งสองข้าง ส่วนล่างของกระดูกสันหลังเชื่อมกับกระดูกเชิงกราน เป็นข้อต่อสะโพกและกระดูกขาทั้ง 2 ข้าง เนื่องจากมนุษย์มีวิวัฒนาการตัวเองจนกลายเป็นสัตว์ที่ยืนด้วยสองเท้า ดังนั้นกระดูกสันหลังย่อมจะเป็นแกนหลักในการรับน้ำหนักตัวส่วนบนของร่างกายผ่านมาสู่ขาทั้ง 2 ข้าง

กายวิภาคหลัง 

แกนกลางประกอบด้วยกระดูกสันหลัง 33 ชิ้น

  • ส่วนคอ 7 ชิ้น
  • ส่วนอก 12 ชิ้น ซึ่งจะเป็นที่ยึดเกาะของกระดูกซี่โครง
  • กระดูกสันหลังส่วนเอว 5  ชิ้น
  • กระดูกกระแบนเหน็บ 5 ชิ้น เชื่อมรวมเป็นชิ้นเดียว
  • กระดูกส่วนก้นกบ 4 ชิ้น มักจะเชื่อมรวมเป็นชิ้นเดียว

กระดูกสันหลังแต่ละปล้องเชื่อมต่อกันด้วย หมอนรองกระดูกและข้อต่อของตัวกระดูกสันหลัง ทำให้สามารถขยับเคลื่อนไหวได้ ในแกนกลางของโพรงกระดูกสันหลังเป็นที่อยู่ของไขประสาทสันหลัง ที่ต่อเนื่องมาจากสมองและแขนงเป็นรากประสาทสันหลังส่งไปเลี้ยง แขน ลำตัวและขา

นอกจากนี้ยังมีเส้นเอ็น และกล้ามเนื้อ หลายมัดและเนื้อเยื่ออ่อนยึดต่อเนื่องเป็นแผ่นหลัง

สาเหตุของอาการปวดหลัง – เอว ที่พบได้บ่อย

1.  การใช้กิริยาท่าทางต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันไม่ถูกต้อง

2.  ขาดการออกกำลังกายหรือมีการเคลื่อนไหวที่จำกัด

3.  ปัญหาที่ทำให้เกิดความตึงเครียด และความวิตกกังวลในชีวิต

4.  ความเสื่อมของกระดูกและข้อ จากวัยที่สูงขึ้น

5.  กลุ่มอาการปวดกล้ามเนื้อ

6.  ความผิดปกติของกระดูกสันหลังแต่กำเนิด เช่น หลังคด (Scoliosis) หลังแอ่น

7.  การได้รับอุบัติเหตุ เช่น ตกจากที่สูง

8.  หมอนรองกระดุกส่วนหลังหรือเอวทับเส้นประสาท

 

อาการ

สำหรับอาการปวดหลัง มีลักษณะแตกต่างกันออกไป ตั้งแต่ ปวดหลังส่วนบน หรือ ปวดสะบัก ปวดหลังส่วนล่างหรือเอว ปวดบริเวณกระแบนเหน็บหรือสะโพก หากเป็นมากอาจมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น ปวดหลังส่วนบนร้าวลงแขน ปวดสะบักร้าวลงแขน หรือมีอาการปวดคอ ปวดบ่า ไหล่ร่วมด้วย หรือปวดหลังร้าวลงขา ปวดเอวร้าวลงขา หรือปวดสะโพกร้าวลงขา หรืออาจจะมีอาการชาร่วมด้วย

หากมีอาการปวดหลัง ซึ่งเกิดได้จากหลายสาเหตุ ดังนั้นการรักษาที่ตรงจุดนั้น เราต้องทราบก่อนว่า ต้นเหตุของอาการปวดหลังดังกล่าว มาจากอะไร โดยวิรดาคลินิกกายภาพบำบัด เราจะทำการซักประวัติและตรวจร่างกายเพื่อวิเคราะห์ปัญหาปวดหลังนั้น ซึ่งอาจจะมีสาเหตุดังนี้

1.  กล้ามเนื้ออักเสบเรื้อรัง อาจเกิดจาก กล้ามเนื้อคอ บ่า ไหล่ หลัง เป็นต้น

2.  กล้ามเนื้อสะโพกอักเสบเรื้อรัง จนบีบรัดเส้นประสาท

3.  ข้อต่อกระดูกสันหลังอักเสบเรื้อรัง

4.  ข้อต่อกระดูกกระเบนเหน็บอักเสบ

5.  หมอนรองกระดูกเสื่อม หรือกระดูกเสื่อม

6.  หลังคด หรือหลังค่อม

7.  หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท

เป็นต้น

การรักษาอาการปวดหลัง โดยวิธีทางกายภาพบำบัด ดังนี้

1.  การใช้ความร้อน เช่นการประคบร้อน เพื่อลดอาการเกร็งของกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อที่มีการอักเสบ

2.  การใช้เครื่องมือที่ทันสมัย เช่น การใช้คลื่นอัลตร้าซาวด์ เพื่อลดอาการปวดและอักเสบ หรือใช้สลายพังผืด

3.  เทคนิคเฉพาะ เช่น การจักกระดูก หรือดัด ดึงข้อต่อ หรือขยับกระดูก (Joint Mobilibzation)

4.  การยืดกล้ามเนื้อ และเส้นประสาท เพื่อลดอาการอักเสบของกล้ามเนื้อและเส้นประสาท และส่งเสริมให้เกิดการฟื้นตัวดียิ่งขึ้น

5.  โปรแกรมท่าออกกำลังกายที่เหมาะสมกับภาวะของแต่ละคน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษา แก้ไขปัญหาในระยะยาว และป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำ

 

การป้องกัน

1.  การปรับเปลี่ยนท่าทางให้เหมาะสม เช่น อย่านั่งนานเกินไป ควรเปลี่ยนอิริยาบถ หรือลุกขึ้นยืน ทุกๆชั่วโมง หรือเวลายกของ ไม่ควรก้ม ควรย่อเข่าแล้วยกของ และควรยกของชิดตัว

2.  ลดการทำงานของกล้ามเนื้อหลัง โดยการนั่งหลังตรง หรือเนตัวตรง

3.  ควรยืดกล้ามเนื้อและออกกำลังกายกล้ามเนื้อหลังและหน้าท้องสม่ำเสมอ

 

ท่ายืดกล้ามเนื้อหลัง

ท่าที่ 1  นอนหงาย งอเข่า งอสะโพก พยายามเอาเข่าชิดอก ค้างไว้ 1-15 เริ่มทำวันละ 5 ครั้ง แล้วค่อยๆเพิ่มขึ้นจนถึง 20 ครั้ง/ วัน

ท่าที่ 2  นอนคว่ำ วางมือทั้ง 2 ข้าง เหนือจากระดับไหล่ แล้วยืดแขนตรง ค้างไว้ 1-15 เริ่มทำวันละ 5 ครั้ง แล้วค่อยๆเพิ่มขึ้นจนถึง 20 ครั้ง/ วัน

ท่าบริหารกล้ามเนื้อหลัง

ท่าที่ 1 นอนคว่ำ ยื่นแขนไปข้างหน้า แล้วเกร็งแขนตรง พร้อมแอ่นหลังและยกขาขึ้น ค้างไว้ 1-15 เริ่มทำวันละ 5 ครั้ง แล้วค่อยๆเพิ่มขึ้นจนถึง 20 ครั้ง/ วัน

ท่าที่ 2  นอนหงาย งอเข่า งอสะโพกตั้งเท้า แล้วเกร็งตัวขึ้นคล้ายท่า sit up ค้างไว้ 1-15 เริ่มทำวันละ 5 ครั้ง แล้วค่อยๆเพิ่มขึ้นจนถึง 20 ครั้ง/ วัน

            สำหรับคุณที่มีอาการปวดหลัง มักจะปล่อยไว้ เพราะเชื่อว่าเป็นอาการปวดเมื่อยธรรมดา หากพัก ก็จะหายไปเอง แต่ไม่ใช่อย่างนั้น อาการอาจจะกลับมาเป็นอีก และมีความรุนแรงมากขึ้น และที่สำคัญอาจจะเป็นหมอนรองกระดูกกดทับเส้นประสาท ซึ่งร้ายแรงถึงขั้นอัมพาตได้ ดังนั้นควรรีบตรวจและรักษาไม่ควรปล่อยไว้ ไม่อย่างนั้นจะส่งผลกระทบที่สำคัญที่เห็นได้ชัดคือเสียสุขภาพกาย เสียสมรรถภาพการเรียนการทำงาน ด้วยความปรารถนาดีจากวิรดาคลินิกกายภาพบำบัด

ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม โทร. 02-9387376                     

วิรดาคลินิกกายภาพบำบัด ตั้งอยู่ ถนนลาดพร้าว ด้านหน้าซอยลาดพร้าว 11 ใกล้ห้าง big C extra ลาดพร้าว (ห้างคาร์ฟรูลาดพร้าวเก่า)

ติดต่อเพิ่มเติมe-mail :wirada_ptclinic@hotmail.com 

Website : http://wiradaptclinic.siam2web.com         

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

#1 By (110.168.122.251) on 2012-02-03 19:37

Help, I've been infroemd and I can't become ignorant.

#2 By psvVWqhMcysFR (68.71.55.152) on 2012-04-20 18:22

uSPqR7 , [url=http://lysaghreolfw.com/]lysaghreolfw[/url], [link=http://lehculxiubaw.com/]lehculxiubaw[/link], http://qtosefujtugd.com/

#3 By AnlmfrADbbWrQC (83.84.106.138) on 2012-04-21 20:49

hdQoxI <a href="http://mnlmkcihrlwf.com/">mnlmkcihrlwf</a>

#4 By ZvBWDQQRkbyb (unknown, 91.121.147.18) on 2012-04-22 02:53

SSaCih , [url=http://zbyilfbmtrpy.com/]zbyilfbmtrpy[/url], [link=http://eyzvxyylkbvh.com/]eyzvxyylkbvh[/link], http://udotwvlqxits.com/

#5 By IORiewnxoFVLzTYUS (203.62.1.59) on 2012-04-22 20:24

SSaCih , [url=http://zbyilfbmtrpy.com/]zbyilfbmtrpy[/url], [link=http://eyzvxyylkbvh.com/]eyzvxyylkbvh[/link], http://udotwvlqxits.com/

#6 By IORiewnxoFVLzTYUS (188.165.208.129) on 2012-04-22 20:24