ปวดไหล่
posted on 14 May 2011 10:28 by wirada-clinic

ข้อไหล่ สามารถเคลื่อนไหวได้เกือบทุกทิศทาง ประกอบกับโครงสร้างของข้อไหล่ไม่มั่นคง ทำให้ข้อไหล่มีโอกาสได้รับบาดเจ็บได้ง่ายและบ่อย
อาการปวดไหล่ที่พบบ่อย
- ภาวะเอ็นข้อไหล่อักเสบ มักเกิดในผู้สูงอายุ หรือจากการเล่นกีฬา หรือจากอุบัติเหตุ
- ภาวะข้อไหล่ติด (แข็ง)
- ภาวะข้อไหล่หลุด
- ภาวะกระดูกหักที่หัวไหล่
- อาการปวดร้าวไปที่หัวไหล่ เกิดจากอาการปวดต้นคอ หรือสะบัก
- โรคของอวัยวะภายในบางชนิด เช่น โรคหัวใจ ฯลฯ
สาเหตุของอาการปวดไหล่ที่พบได้บ่อย
- ความเสื่อมตามวัยในผู้สูงอายุ เพราะข้อไหล่ถูกใช้งานมานาน เส้นเอ็นกล้ามเนื้อรอบข้อไหล่เกิดการเสื่อมและฉีกขาดได้ง่าย ส่งผลทำให้ข้อไหล่ยึดติดแข็งตามมา
- การบาดเจ็บของหัวไหล่ เช่น ผู้ที่ทำงานหนัก หรือเล่นกีฬา
- การใช้งานที่ผิดวิธี หรือการใช้งานที่หนักเกินไป มักเกิดจากการกระทบกระแทกหรือเสียดสีของเอ็นกล้ามเนื้อรอบข้อไหล่
วิธีการปฏิบัติตนเมื่อมีอาการปวดไหล่
- หยุดพักการใช้ข้อไหล่
- ภายใน 24 ชั่วโมงแรก หลังจากมีอาการปวดประคบด้วยความเย็น โดยใช้ผ้าห่อน้ำแข็งประคบบริเวณที่ปวด 10 - 15 นาที
- หลังจากมีอาการมาแล้ว 24 ชั่วโมงประคบด้วยความร้อน โดยใช้ถุงน้ำร้อนหรือผ้าชุบน้ำอุ่นประคบบริเวณที่ปวด 15 - 20 นาที
- แกว่งแขนเบาๆ จะช่วยลดอาการปวดได้ โดยเอาแขนข้างที่ไม่เจ็บจับพนักเก้าอี้ ก้มตัวให้ขนานกับพื้น ค่อยๆห้อยแขนข้างที่เจ็บลง แกว่งแขนไปข้างหน้า–หลัง หรือข้างใน–นอก หรือแกว่งเป็นวงกลม ตามเข็มและทวนเข็มนาฬิกา ทำครั้งละ 1-2 นาที วันละ 2–3 ครั้ง
- ออกกำลังกาย เพื่อเพิ่มองศาการเคลื่อนไหวของข้อไหล่ หากมีอาการข้อไหล่ติด ดังนี้
ท่าที่ 1 ยืนตรงหันหน้าเข้าผนังเอานิ้วแตะข้างฝาไต่ขึ้น–ลง เริ่มมุมน้อย จนตัวแนบผนังแขนยืดสุด
ท่าที่ 2 ยืนตรงใช้ผ้าเช็ดตัวพาดบ่ามือจับปลายผ้าทั้งสองข้างใกล้ๆกัน แขนดีอยู่ข้างบน แขนข้างที่ปวดอยู่ข้างล่าง ใช้แขนดีดึงผ้าขึ้นลง ทำชุดละ 10 ครั้ง วันละ 2-3 ครั้ง
ท่าที่ 3 ใช้มือทั้งสองข้างถือท่อน้ำหรือผ้า ยกขึ้นเหนือศีรษะด้านหน้า และลงทำชุดละ 10 ครั้ง วันละ 2-3 ครั้ง
การปฏิบัติตนเพื่อป้องกันอาการปวดไหล่ / ไหล่ติด
- หมั่นออกกำลังกายกล้ามเนื้อข้อไหล่ตามที่เคยทำมาเรื่อย ๆ
- หลีกเลี่ยงการใช้ข้อไหล่ที่เกินกำลัง เช่น ยกของหนักมาก หรือยกแขนค้างไว้นาน ๆ
- ยกของควรยกให้ชิดไว้กับตัวและใช้ท่างอข้อศอก
- ไม่ใช้แขนยันตัวค้างไว้นานในท่านอนคว่ำ เพราะจะรับน้ำหนักมากเกินไป
- ควรยืนหรือเดิน ให้ลำตัวตรง อกผายไหล่ผึ่ง
- พยายามหาเวลาพักในขณะทำงาน ไม่ควรอยู่ในท่าในท่าหนึ่งนานเกินครึ่งชั่วโมง
“ หลังจากปฏิบัติตามวิธีข้างต้นแล้วอาการไม่ดีขึ้น หรือมีอาการปวดมาก หรือมีอาการชาร่วมด้วยควรรีบปรึกษานักกายภาพบำบัด ”
ถ้าคุณปวดไหล่หรือมีอาการดังกล่าวมานี้ วิรดาคลินิกกายภาพบำบัด เราจะเริ่มจากหาสาเหตุของปวดไหล่ โดยจะทำการซักประวัติและตรวจร่างกาย แจ้งผลให้ทราบและให้การรักษาอาการปวดไหล่ด้วยวิธีกายภาพบำบัด ซึ่งเป็นการรักษาโดยหลักการทางธรรมชาติ ไม่มีการใช้ยา ไม่ฉีดยา และไม่ต้องการผ่าตัด พร้อมทั้งแนะนำวิธีการปฏิบัติตนอย่างเหมาะสม รวมถึงวิธีการออกกำลังกายที่ถูกวิธี เพื่อช่วยแก้อาการปวดไหล่ของคุณได้อย่างปลอดภัย ทำให้มีอาการดีขึ้น นอกจากนี้สามารถป้องกันอาการปวดไหล่ไม่ให้กลับมาเป็นซ้ำดังกล่าวได้ด้วย
ข้อมูลโดย วิรดาคลินิกกายภาพบำบัด ติดถนนลาดพร้าว หน้าซอย 11 ใกล้ห้างบิ๊กซี เอ็กซ์ตร้า ลาดพร้าว (คาร์ฟรูลาดพร้าวเดิม)
สอบถามเพิ่มเติม โทร. 02-9387376
edit @ 22 Jan 2013 15:34:15 by วิรดาคลินิกกายภาพบำบัด

#1 By bielizna termoaktywna (83.27.45.16) on 2011-12-31 19:32