หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทรักษาอย่างไรดี ?
posted on 14 May 2011 10:25 by wirada-clinic
ก่อนอื่นมารู้จักหมอนรองกระดูกกัน กล่าวคือ อวัยวะที่เรียกว่า หมอนรองกระดูก (Intervertebral disc) มีลักษณะรูปร่างเป็นวงกลม มีขอบเป็นพังผืดเหนียว แข็งแรง ประกอบด้วยเส้นใยประสานกัน เหมือนกับเส้นใยเหล็กหรือผ้าใบคล้ายยางรถ เรียกว่า แอนนูลัส ไฟโบรซัล (Anular fibrosus) ส่วนภายในมีของเหลวคล้ายเจลบรรจุอยู่ เรียกว่า นิวเคลียส พัลโพซสุส (Nucleus pulposus) หมอนรองกระดูกนี้คั่นกลางอยู่ระหว่างกระดูกสันหลังแต่ละข้อ ตั้งแต่คอจนถึงก้นกบ ซึ่งคนปกติมีทั้งสิ้น 23 ชิ้น ทำหน้าที่รองรับและกระจายน้ำหนัก และลดแรงกระแทกเปรียบได้กับเป็น “ โช้กอัพ” ให้กระดูกสันหลังของเราและคอยปกป้องไขสันหลังและเส้นประสาท

นอกจากนี้ยังช่วยให้กระดูกสันหลังของเราไม่ยึดติดกันจนแน่นเกินไป สามารถทำให้หลังเคลื่อนไหวในทิศทางต่าง ๆ ได้ เช่น ก้มตัวหรือแอ่นตัว เป็นต้น ด้านหลังของหมอนรองกระดูกจะเป็นที่อยู่ของไขสันหลัง และด้านหลังออกมาด้านข้างเล็กน้อยก็จะเป็นทางออกของเส้นประสาทที่มาเลี้ยงแขน (ถ้าเป็นตำแหน่งของคอ) และเลี้ยงขา (ถ้าเป็นตำแหน่งของเอว)
สาเหตุหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท เกิดได้ทั้งปัจจัยภายนอกและภายใน ซึ่งปัจจัยภายในมาจากตัวหมอนรองกระดูกเอง ที่มีการทำงานผิดปกติ มีความเสื่อมของหมอนรองกระดูกและมีความบางของหมอนรองกระดูกผิดปกติ และปัจจัยภายนอกจะเป็นเรื่องของแต่ละคนที่ใช้หลังผิดท่าทาง อาทิเช่น
- การยกของหนัก
- การนั่งทำงานหรือใช้คอมพิวเตอร์ หรืออยู่ในท่าใดท่าหนึ่งเป็นระยะเวลานาน
- การไอหรือจามแรง ๆ
- การออกกำลังหรือเล่นกีฬาที่ต้องออกแรงผ่านหลังมาก ๆ เช่น การเล่นเทนนิส การตีกอล์ฟ เป็นต้น
- อิริยาบถและท่าทางที่ไม่เหมาะสม (Poor posture)
หากทำพฤติกรรมดังกล่าว เป็นเวลานาน ๆ จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ปลอกหมอนรองกระดูกฉีกขาด ทำให้เจลเคลื่อนออกมากดเส้นประสาท ซึ่งพบได้บ่อยที่ช่วงคอ (Cervical1- 7) และเอว(Lumbar 1-5) คนจึงมักจะปวดคอ หรือปวดร้าวลงขา หรือปวดร้าวขาโดยไม่รู้ตัว เหล่านี้ล้วนเป็นสัญญาณร้ายของภาวะหมอนรองกระดูกกดทับเส้นประสาท

อาการหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท แบ่งเป็น 2 กรณี
- กรณีระดับคอ จะมีอาการปวดคอ บ่า ไหล่ สะบัก หรือปวดคอร้าวลงแขนข้างใดข้างหนึ่งหรือทั้งสองข้าง หรืออาจจะมีอาการชาแขน หรือมือ และแขนไม่มีแรง
- กรณีระดับเอว อาการปวดหลังหรือปวดร้าวลงขา หรือปวดสะโพกร้าวลงขาข้างใดข้างหนึ่งหรือทั้งสองข้าง หรือบางรายอาจจะมีอาการแตกต่างกันออกไป เช่น ไม่มีอาการปวดหลังแต่มีอาการตึงขาแทนหรือเมื่อยขา หรืออาการแสบบริเวณหลัง เอว ขา หรือเท้าข้างใดข้างหนึ่ง หรือทั้งสองข้าง
อาการเด่นของหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท ปวดมากหรือปวดน้อยขึ้นอยู่กับว่าหมอนรองกระดูกเคลื่อนออกมากดทับเส้นประสาทมากน้อยเป็นสำคัญ ถ้าทิ้งไว้นานเส้นประสาทจะทำงานได้น้อยลง อาการชาเหมือนเข็มทิ่ม หรือมีอาการคล้ายมดไต่ และอ่อนแรงหรือขาไม่มีแรงจะเด่นชัดขึ้น อาการทั้งหมดจะเป็นลักษณะค่อยเป็นค่อยไป หากเป็นมาก อาจสังเกตเห็นขาข้างที่มีปัญหาจะมีกล้ามเนื้อลีบ ซึ่งปล่อยไว้อาจจะเดินได้ไม่ปกติ
จะรักษาอย่างไรดี ?
หากมีอาการหมอนรองกระดูกกดทับเส้นประสาท ควรพบนักกายภาพบำบัดที่ “ วิรดาคลินิกกายภาพบำบัด” ซึ่งเราจะให้การรักษาโดยวิธีการทางกายภาพบำบัด เป็นการรักษาโดยหลักการทางธรรมชาติ ไม่ใช้ยา ไม่ฉีดยา หรือไม่ต้องผ่าตัด พร้อมทั้งแนะนำวิธีการปฏิบัติตนอย่างเหมาะสม รวมถึงวิธีการออกกำลังกายที่ถูกวิธี
ก่อนการรักษาต้องมีการซักประวัติ ตรวจร่างกายอย่างละเอียด เพื่อให้แน่ใจว่า อาการดังกล่าวเกิดจากหมอนรองกระดูกกดทับเส้นประสาท เนื่องจากปวดหลัง หรือปวดหลังร้าวลงขา อาจมาจากสาเหตุอื่นได้ อาทิเช่น
- Piriformis Syndrome กล้ามเนื้อสะโพกอักเสบเรื้อรัง จนบีบรัดเส้นประสาท
- Myofascial Pain Syndrome (MFPS) กล้ามเนื้ออักเสบเรื้อรัง เช่น กล้ามเนื้อหลัง
- Sacoiliac Joint Dysfunction ข้อต่อกระดูกเชิงกรานผิดปกติ
การรักษาหมอนรองกระดูกกดทับเส้นประสาท ด้วยวิธีการทางกายภาพบำบัด ดังนี้
- ลดอาการปวดและเกร็งกล้ามเนื้อ โดยใช้การประคบร้อน หรืออัลตราซาวด์ ขึ้นอยู่กับอาการของผู้ป่วยแต่ละราย ร่วมกับการยืดกล้ามเนื้อ
- ลดอาการอักเสบของเส้นประสาท ใช้เทคนิคการยืด ดัด ขยับ เส้นประสาท (Nerve Mobilization)
- ลดการกดทับเส้นประสาท ดัดข้อต่อกระดูกสันหลัง หรือหมอนรองกระดูก(PAIVM of disc mobilization) เพื่อให้ขยับหมอนรองกระดูกที่เคลื่อนออกมา
- ลดอาการอักเสบของหมอนรองกระดูกสันหลัง อาจใช้การประคบเย็น หรืออัลตราซาวด์ ขึ้นอยู่กับอาการของผู้ป่วยแต่ละราย
- แนะนำวิธีปฏิบัติตนและท่าออกกำลังกายในขณะมีภาวะหมอนรองกระดูกกดทับเส้นประสาทภายหลังการรักษา เพื่อป้องกันโอกาสที่จะเป็นซ้ำอีก
การป้องกัน
- ออกกำลังกายกล้ามเนื้อหลังและหน้าท้องอย่างสม่ำเสมอ
- ลดการใช้งานของกล้ามเนื้อหลังลง โดยการปรับท่านั่งให้หลังตรง หรือเดินตัวตรง
- การปรับเปลี่ยนท่าทางให้เหมาะสม เช่น
- อย่านั่งนานเกินไป ควรลุกขึ้นยืน ทุก ๆ ชั่วโมง
- เวลายกของหนัก ไม่ควรก้ม ควรใช้วิธีการย่อเข่าแทนการก้ม
- ไม่ควรบิดตัว เพราะอาจทำให้หมอนรองกระดูกหลุดเพิ่มได้
ที่มา: ข้อมูลจากวิรดาคลินิกกายภาพบำบัด ติดถนนลาดพร้าว หน้าซอย 11 ใกล้ห้างบิ๊กซี เอ็กซ์ตร้า ลาดพร้าว (คาร์ฟรูลาดพร้าวเดิม)
สอบถามเพิ่มเติม โทร. 02-938-7376
edit @ 22 Jan 2013 15:26:28 by วิรดาคลินิกกายภาพบำบัด

#1 By hhlsacb (unknown, 117.211.87.114) on 2011-12-24 02:58